A Christmas night with TVXQ: No.4

posted on 12 Feb 2008 10:22 by k2mickymaxstory  in fiction
Yuchun's Night

คืนนี้ของเรา


...ยูชอนอยากอยู่กับนารา...

เมื่อการดูแลเรื่องอาหารเสร็จสิ้น และคุณลุงก็นอนพักผ่อน ทั้งยูชอนและนาราจึงดับไฟห้องคุณลุงแล้วออกมา โดยมียูชอนคอยถือถาดอาหารนำหน้าหญิงสาวไปที่ครัว

"ขอบคุณมากเลยนะ นารา ที่ช่วยดูแลพ่อ อากาศเปลี่ยนก็เลยจับไข้อย่างนี้ประจำแหละ" เขาบอกยิ้มๆ แล้วเอาภาชนะไปล้างในอ่าง ส่วนนาราก็ทำความสะอาดครัวรอบๆ

"ไม่เป็นไร"

ปกติแล้วยูชอนมักจะชวนนารามาที่บ้านบ่อยๆ ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลอย่างนี้ เขายิ่งไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว ตัวนาราเองก็ดูจะมีความสุขดีที่ได้อยู่ด้วยกันหลายๆคน(สามคน) แต่ยูชอนก็แอบคิดลึกๆในใจว่า ถ้าเหลือแค่สองคนก็คงดีกว่านี้ และตอนนี้ที่พ่อหลับไปแล้วมันก็สมควรจะเป็นโอกาสที่ดีนะ เขายิ้มกับตัวเองในขณะที่กำลังล้างชาม ด้วยความไม่ระวังจึงทำจานตกแตกไปหนึ่งใบ



"เพล้ง"

"เฮ้ย" ร่างสูงรีบก้มลงเก็บจาน ทำให้เศษกระเบื้องบาดมือยาวเป็นทาง "ตายละวา....รีบเก็บๆ"

"ยูชอน" นาราเดินมาหาพลางเอาไม้กวาดและที่โกยขยะมากวาดเศษกระเบื้องนั้นแทนเขา

"ไปล้างมือเถอะ" หญิงสาวค่อยๆกวาดเศษเล็กเศษน้อยของกระเบื้องเข้าที่โกย โดยไม่ยอมให้เขามายุ่งอีก ยูชอนยังคงนั่งมองเธอกวาดไม่ไปไหน "บอกให้ไปล้างมือไงล่ะ" เสียงเบานั้นกลายเป็นออกคำสั่ง จนเขาต้องทำตาม


"ไหนดูซิ" หญิงสาวพลิกมือที่ล้างสะอาดแล้วของเขา รอยแผลยาวไม่ลึกมาก แต่เพราะถูกเส้นเลือดฝอยทำให้เลือดไหลไม่หยุด มือบางซีดจับมือเขามานั่งทำแผลที่โต๊ะในครัว แล้วหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา จากนั้นจึงทำแผลให้


"โอ๊ยๆ...มันแสบนะ" ยูชอนจะชักมือกลับ แต่ติดที่สายตาเอาเรื่องของคนตรงหน้า "ไม่ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อก็ได้นี่ นะนะ แสบมากเลย"

"สมน้ำหน้า....เหม่อตอนล้างจานทำไม" น้ำเสียงเบาดุแต่ยังไม่มองหน้า หลังจากใส่ยาเรียบร้อยแล้ว ก็เอาผ้ากอซมาพันแผลให้เรียบร้อย

"นาราอ่ะ....ไม่ห่วงกันบ้างเลยเหรอ" เสียงนุ่มพูดอ้อนๆ พร้อมทำปากห่อ

"..." หญิงสาวไม่ตอบแต่เลิกพันผ้ากอซเป็นเชิงบอกว่า ถ้าไม่ห่วงแล้วจะทำแผลให้เหรอ นั่นทำให้ยูชอนต้องรีบละล่ำละลักบอก

"ครับๆ...เข้าใจแล้วครับ ยูชอนจะไม่พูดอย่างนั้นอีกแล้วครับ" นาราจึงพันผ้าให้เสร็จเรียบร้อย แล้วเก็บกล่องปฐมพยาบาลให้เข้าที่



"นารา~" น้ำเสียงขี้เล่นอย่างนี้ เหมือนมีเลศนัย

"..."

"อีกตั้งนาน กว่าจะถึงคริสต์มาส ดูหนังกันมั้ย....ไปดูหนังบนห้องกันเถอะ" ไม่รอให้ตอบ ยูชอนคว้ามือนาราไปที่ห้องนอนของตัวเอง เพราะเครื่องเล่นดีวีดีมีอยู่ในนั้นที่เดียว เมื่อเข้าไปในห้อง ยูชอน เขาก็ได้จัดเอาเบาะมาวางไว้ที่หน้าโทรทัศน์ และเอาหมอนหลายๆใบมาวางอีกรอบๆ เพื่อให้รู้สึกสบาย


"นั่งๆ" เขาบอกเธอ นาราค่อยๆนั่งลง มองแผ่นหลังของเขาที่หันหลังให้ เพื่อหาดีวีดีจากในตู้ใกล้ๆ "คริสต์มาสทีไรต้องดูเรื่องนี้ทุกทีเลย นาราต้องรู้จักแน่"


"ไม่ชอบดูหนัง" เสียงนั้นตอบเบา ตลอดชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กๆ หญิงสาวก็ไม่ค่อยจะได้แตะต้องโทรทัศน์และภาพยนตร์แบบต่างๆ จะรับรู้ข่าวสารและเรื่องราวก็เพียงผ่านการอ่านเท่านั้น แต่มันก็น้อยเต็มที

"น่า...รับรองต้องชอบเรื่องนี้แน่" เขาหยิบแผ่นขึ้นมาโชว์ "แถ่นแท้น...Love Actually ดูทีไรก็มีความสุขทุกที ได้บรรยากาศคริสต์มาสมากๆ" เขาบอกเหมือนโฆษณาไปในตัว


"พีวายซี พิคเจอร์ส เต็มใจนำเสนอ...." ยูชอนเว้นระยะ "นาราจะไปเข้าห้องน้ำก่อนดูหนังมั้ย"

"..." หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ

"ปิดมือถือด้วยนะ" เขาหันมาบอกทำหน้าตาจริงจัง

"ไม่เคยมี"

"อ้อ...จริงสินะ เอาแผ่นใส่เข้าไปแล้วนะ ตอนนี้ลุกออกจากที่นั่งไม่ได้แล้ว" ยูชอนใส่แผ่นดีวีดี แล้วหยิบรีโมทมานั่งข้างๆ พลางคว้าเอาหมอนใกล้ตัวมานั่งกอดดู


หิมะข้างนอกตกแล้ว ส่งผลให้อากาศข้างในห้องเย็นตามไปด้วย นาราที่นั่งกอดเข่ายิ่งต้องกอดแน่นเข้าไปอีกเพราะความหนาวในขณะที่สายตายังจ้องไปที่
หน้าจอ ยูชอนเห็นอย่างนั้นจึงเอาผ้าห่มผืนใหญ่ มาคลุมเธอและตัวเขาเองไว้ หญิงสาวมองหน้าเขา

"ก็ผ้าห่มมันยาวแค่นี้นี่นา แบ่งๆกันนะ อากาศหนาวจะตาย" คนขี้เล่นแก้ตัว นาราจึงหันไปดูต่อ

ฉากในหนังเต็มไปด้วยบรรยากาศของช่วงปลายปีจริงๆ เนื่องด้วยมีหลายคู่ ทำให้เห็นมุมมองความรักในแบบต่างๆกัน ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันระหว่างเจ้านายนักเขียนและสาวใช้ชาวต่างชาติ ประธานาธิบดีและเลขาผู้ยากจน พี่สาวที่ต้องดูแลน้องชาย คู่สามีภรรยาที่หย่ากัน หรือแม้กระทั่งคู่เด็กชายตัวเล็กๆ ทุกๆฉากมีแต่ความสุขและความอบอุ่น

โดยเฉพาะฉากที่ผู้ชายคนหนึ่งหลงรักภรรยาสาวของเพื่อน และในวันคริสต์มาส เขาก็ไปอวยพรให้เธอโดยทำแผ่นป้าย และในตอนท้ายที่สุดเขาบอกเธอว่า To me, You're perfect. นั่นทำให้นาราน้ำตาไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งโดยไม่รู้ตัว


มือใหญ่ของยูชอนค่อยๆเอื้อมมาเช็ดน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา เขาส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ด้วย ไม่ว่าใครดูเรื่องนี้ก็ต้องร้องไห้ทุกคน และเพราะจิตใจที่อ่อนโยน นาราต้องร้องไห้แน่ๆ คิดพลางกระเถิบตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีก ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ไออุ่นจากร่างกายแต่ละคนได้ถ่ายถอดสู่กันและกันอย่างเงียบๆ แม้จะรู้สึกถึงมันดี แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร


จนถึงตอนสุดท้ายที่หนังจบลง ยูชอนตบมือแปะๆ ให้กับความสุขนั้น เมื่อหันมามองคนข้างๆ ก็ยังเห็นเธอนั่งจ้องโทรทัศน์และมีน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ เขาจึงเช็ดมันแผ่วเบาอีกครั้ง

"ดูอีกมั้ย"

"...." นาราสั่นศีรษะ ในตอนนั้นเองที่ยูชอนรู้สึกอยากจะจูบเธอขึ้นมาจริงๆ

"นารา~"

"อะไร"

ยูชอนไม่ตอบแต่เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เธอแทน หญิงสาวเบิกตากว้าง เห็นเขามองเข้ามาที่ดวงตาของเธอแล้วก็หลับตาพริ้ม นี่เขาคงไม่คิดจะทำอะไรเธอหรอกนะ


"ยูชอน" น้ำเสียงนั้นร้อนรน ถ้าเขาทำอะไรตอนนี้ มันจะคืออะไร?

"อยู่เฉยๆเถอะ วันนี้คริสต์มาสอีฟนะ" เขาบอกพลางโน้มตัวลงคร่อมหญิงสาวไว้ ดวงตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นเจ้าชู้ขึ้นมาทันตา ร่างสูงค่อยๆก้มต่ำลง ต่ำลง และต่ำลง จนกระทั่งนาราได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของเขาชัดเจน


"อ๊ากกกก...."

"นี่แน่ะ คริสต์มาสอีฟ ชอบนักใช่มั้ยอะไรแบบนี้ นี่ๆๆ" นาราบิดหูของยูชอนอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ในความ(พยายาม)โรแมนติกของคนตัวสูง ยูชอนเจ็บมากจนต้องพลิกตัวออก แล้วเอามือถูใบหูของตัวเอง ทำไมนารามีแรงเยอะจังนะ ตัวก็เล็กๆเอง


"นาราอ่ะ เจ็บจังเลย"

"แล้วยูชอนจะทำอะไรล่ะ"

"ก็..ก็...อยากจูบ แหะๆ ^^;" เขาเกาหัวอย่างเขินอาย ทั้งๆที่ยังใช้อีกมือถูใบหูเบาๆ

"ไม่ชอบนะ"

"ขอโทษครับ วันหลังยูชอนจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว" เขายกมือสัญญาเหมือนลูกเสือ ทำให้แววตาของนาราอ่อนลง ถ้ายูชอนจะทำจริงๆละก็ เธออาจจะไม่....


"..." นาราส่ายศีรษะตัวเองแรง ทำให้ยูชอนนึกว่าเธอไม่ให้อภัย

"ขอโทษจริงๆนะ...โกรธมากเลยเหรอ"

"มาก" หญิงสาวแกล้งเขา และทำสายตาว่างเปล่า

"ถ้าอย่างนั้นยูชอนมีของจะให้เป็นการขอโทษครับ เชิญนาราที่สวนหลังบ้านครับ" เขาผายมือด้วยความสุภาพนอบน้อมเกินไป ด้วยกลัวว่าถ้าจับมือเธอสุ่มสี่สุ่มห้าอีก นอกจากจะโดนทำร้ายร่างกายแล้ว เธออาจจะเกลียดเขาไปเลยก็ได้



"ขอโทษนะ แต่ต้องปิดตาก่อน" ยูชอนเอาผ้าดำมาปิดตา แล้วแตะไหล่บอบางทั้งสองข้างเพื่อนำทางไปที่สวนหลังบ้าน หญิงสาวทำตามแต่โดยดี เมื่อมาถึงหลังสวนแล้ว ยูชอนก็เปิดตาของนาราออก


ทั่วทั้งสวนมีแต่ความมืด ไปจากตัวบ้านส่องสว่างให้มองเห็นได้แค่รางๆเท่านั้น แต่มันก็ไม่มีอะไรเลย นอกจากเชือกผูกโบวส์สีแดงที่ห้อยอยู่ตรงหน้านาราเท่านั้น หญิงสาวมองหน้าคนข้างหลังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม


"ดึงเชือกเลยครับ เลดี้" เขาบอกอย่างอารมณ์ดี

นาราค่อยๆยกมือขึ้น แล้วจับเชือกอย่างไม่มั่นใจ แต่ก็ดึงมันในที่สุด ...การดึงเชือกทำให้กลไกทุกอย่างที่ยูชอนตั้งไว้ทำงาน โดยการส่งแรงต่อกันเป็นลูกโซ่ของเครื่องจักร เป็นผลให้เกิดมีไฟสีน้ำเงินสลับขาว ลูกกลมเล็กที่ถูกวางรอบๆสนามสว่างขึ้นทีละดวงๆเลยไปถึงต้นไม้ ที่ดวงไฟทำเป็นรูปตัวการ์ตูนหญิงและชายสองคน เหมือนตัวแทนของเธอและเขาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ กำลังยืนจับมือกันเหมือนที่เขากำลังจับมือเธอ เสียงเพลงคริสต์มาสดังเบาๆจากที่ใดสักแห่งใกล้ๆตัวบ้าน ยูชอนเข้ามาจูงมือบางขาวซีดให้เดินไปตรงกลางที่เหมือนมีวัสดุอะไรสักอย่างอยู่ภายในว
งกลมลูกไฟสีน้ำเงิน

"เอาล่ะ....มาจุดโคมแล้วปล่อยกันเถอะ" ยูชอนเริ่มจุดไฟ เขาดึงเชือกที่ทำเป็นรอกใกล้ๆ ทำให้ตัวโคมถูกยกขึ้นในระดับที่เขาสามารถจะจุดไฟได้สะดวกโดยไม่ต้องจับตัวโคม "นาราเอาไฟใส่ก้อนเชื้อเพลิงตรงนี้เลย พอไฟไหม้แล้วมีควันมันจะลอยไปเองล่ะ" เขาบอก

หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย ไม่นานนัก ก็มีควันอัดเต็มแน่นตัวโคมพร้อมจะถูกปล่อย เมื่อมองไปข้างบน มันเป็นโคมรูปลูกเจี๊ยบขนาดมหึมา มันน่ารักเสียจนหญิงสาวอดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ ยูชอนเป็นอะไรกับไก่นะ ...^^


"น่ารักใช่มั้ยล่ะ เหมือนฉันมั้ย"

"น่ารักกว่าเยอะเลย" หญิงสาวพูดยิ้มๆ

"นาราอ่ะ" จากนั้นยูชอนส่งกรรไกรให้ "ตัดเชือกตรงนี้ออก น้องไก่ก็จะบินได้แล้วล่ะ....นี่ถ้าใครบอกว่าไก่มันบินสูงไม่ได้นะ ฉันจะถ่ายรูปนี้เป็นหลักฐานให้เขาดูเลย"


เมื่อตัดเชือก นอกจาก'น้องไก่' ตัวใหญ่จะลอยขึ้นฟ้าอย่างสง่างามแล้ว ลูกโป่งสีแดงและขาวจากทุกๆมุมของสวนก็ลอยขึ้นฟ้าเช่นกัน นารารู้สึกตื่นเต้น กับกลไกเหล่านั้นที่เขาเป็นคนทำ มันสนุกน่าเล่น เหมือนอย่างที่เขาเป็น ลูกโป่งนับร้อยลอยขึ้นฟ้าไปอย่างเป็นอิสระ ราวกลับได้ปลดปล่อยความทุกข์ที่มีมาตลอดทั้งปีให้หายไปกับท้องฟ้า สายลม แม้หิมะจะตก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของความสวยงามที่เขาได้สร้างขึ้นมานี้


"ขอบคุณนะยูชอน ขอบคุณ" น้ำเสียงเบาบอกด้วยใจจริง

"หายโกรธแล้วใช่มั้ย วันนี้เป็นวันพิเศษ ก็ควรต้องมีของที่พิเศษๆไว้ให้นาราอยู่แล้ว" 'เพราะนาราเป็นคนพิเศษ' เขาต่อเองในใจ


เสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืน ดังมาจากโบสถ์ใกล้ๆ ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม

"สุขสันต์วันคริสต์มาส/สุขสันต์วันคริสต์มาสนะ"

หลังจากนั้นก็เกิดความเงียบระหว่างทั้งสอง และแล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับยูชอน

"อ๊ะ..." นาราเขย่งตัวหอมแก้มเขาเบาๆ แทนคำขอบคุณอีกครั้ง แล้วรีบวิ่งหนีเข้าบ้านไป ยูชอนเบิกตาค้าง ไม่สามารถปรับอารมณ์ได้ในตอนนี้ ความนุ่มของริมฝีปากและกลิ่นหอมของเธอมันยังแวบผ่านเข้ามาในความคิดของเขาอยู่เลย


"นารา~" ยูชอนพึมพำ "หอม...นุ่ม....หอม....นุ่ม" ยูชอนลูบแก้มตัวเองแล้วพูดซ้ำอย่างนั้น "นาราหอมแก้มปาร์คยูชอนด้วย....ยูชอนถูกนาราหอมแก้มแล้วครับพี่น้อง...พัฒนาการไปอีกหนึ่งระดับ...ไชโย.."


เขาวิ่งพลางตะโกนร้องไปทั่วสวน กระโดดด้วยความดีใจ โดยไม่รู้ว่าอีกคนก็ยืนหน้าแดงในมุมหนึ่งของบ้านด้วยความอายเช่นกัน


"ตาบ้า...จะดีใจเสียงดังทำไมนะ"

"กริ๊กกริ๊ว....นาราจ๋า....ยูชอนมาแล้วจ้ะ ยู้ฮูๆๆๆ..... ยูชอนมาแล้วจ้า~" ในที่สุดยูชอนก็วิ่งเข้าบ้านไปหาเธอ


ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีอะไรต่อรึเปล่า...รู้แต่ว่าที่แน่ๆ ปาร์คยูชอนมีความสุขมาก มากพอๆกับนาราในวันคริสต์มาสนี้เลยละฮะ.... ^_^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet